"ถ้าอายุ25แล้ว ทรายยังคิดเหมือนเดิม ...พี่จะลองคิดดูอีกที“
สำหรับเรานิยายแนวSlice of lifeมักจะให้ผลกับกายและใจ2แบบ ขึ้นอยู่กับสไตล์ของนักเขียน
แบบที่1:อ่านแล้วจะหลับ Zzzzz😴
แบบที่2:อ่านแล้วดีด...เรียบๆยืดยาวไปเรื่อยไปเปื่อยดูไม่มีอะไรแต่มันมีและพอได้อ่านแล้วจะไม่อยากหยุดอ่าน อยากตามติดให้สุดทาง ปลุกต่อมเผือก คอยจับสังเกตค่อยๆปะติดปะต่อเก็บเล็กผสมน้อยรอคอย คาดหวังที่จะได้รู้ได้เห็นอะไรบางอย่าง และ รอยทรายใต้พระอาทิตย์ ของ วฬาทำให้รู้สึกแบบนั้น...อ่านแล้วติดพันมากก อ่านเพลิน อ่านสนุก เป้าหมายของการอ่านคือ อยากเห็นพระเอกที่สุดแสนจะใจเย็น...เวลาอินเลิฟว่าจะเป็นเช่นไร...
เล่มที่1:
เล่าเรื่องราวการพบเจอกันของซันและทราย ซันที่ดูเอ้อละเหยลอยชาย ชีวิตสบายๆชิลๆ กับทรายที่ดูจริงจังในทุกสิ่ง ไม่เคยหยุดนิ่งปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เด็กหนุ่มสาวสองคนที่ต่างกันสุดขั้ว ทั้งชีวิตครอบครัวความเป็นมา เรื่องราวที่พบเจอในช่วงเวลามัธยม การเลี้ยงดูและประสบการณ์ชีวิตที่หล่อหลอมความรู้สึกนึกคิดและนิสัยใจคอของทั้งคู่ เล่ม1จะเน้นช่วงชีวิตในสมัยมัธยม ไปเรียน กลับบ้าน วันหยุด ชีวิตวัยรุ่นม.ปลาย เพื่อนๆที่คบหา การหารายได้พิเศษของทราย สัตว์เลี้ยงตัวแรกและการสูญเสีย การสารภาพรักของทราย ความลับของเพชรพี่ชายทราย เรื่องไม่คาดฝันที่พลิกผันครอบครัวของทราย-ข้ามช่วงเวลาสมัยเรียนมหาวิทยาลัยไป- แล้วเข้าสู่วัยทำงานที่ทรายอายุย่าง25ปี ซันอายุราวๆ27ปีเลย ซึ่งสิ่งที่เราคาดหวังและรอคอยนั้นมีระแคะระคายชวนให้วี้ดว้ายอยู่ท้ายเล่ม1 ที่ประมาณ80%กว่าๆของเรื่อง😆ตอนที่ซันนั้นได้รู้ว่าทราย...มีแฟนแล้ว...
...อ่านจบเล่ม1 ด้วยความไม่รู้เลยว่า... เล่ม2จะมีเรื่องให้ช็อกมากๆรออยู่!!
Slow Burn: ค่อยๆ รัก
Opposites Attract: แตกต่างแต่ลงตัว
Second Chance Love: แยกย้ายไปเติบโต