"อย่าดูคนข้างๆ ให้ดูแต่เส้นทางที่เราจะเดินแล้วมุ่งไป"
อ่านจริงคือ อ่านได้แบบรวดเดียวเลย ไม่น่าเบื่ออะไร ใช้เวลาอ่านอยู่2เช้า อ่านจบคือ...😵...ต้องต่อสู้กับความอยากกลับไปนอนต่อ🫠 ...มันจะไปยากอะไรแค่เดินไปนอน...อากาศเย็นๆตอนเช้าผ้าห่มหอมๆอุ่นๆเคมีเข้ากันได้ดีกับหนังตาที่หนักหน่วงและสมองที่ง่วงงุนสุด🥱ฮืออออ ตัดเข้าโคมไฟ💡
เนื้อหาในเล่ม...
-ไม่ใช่ฮาวทูแบบบอกเป็นข้อๆที่ควรทำไม่ควรทำ...แต่...เป็นการบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของผู้เขียนที่กว่าจะเป็นเช่นทุกวันนี้ ออนนี่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเรื่องราวสู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับอะไยังไงมาบ้าง ด้วยใจที่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา(อ่านด้วยน้ำเสียงแบบคุณกรุณา บัวคำศรี) จนในที่สุดก็ตกผลึกเป็นวิธีการใช้เวลาคุณภาพในช่วงที่ตื่นเช้าตรู่(อาอีกู!ออนนี่ตื่น4.30am.)
คิมยูจินออนนี่ ค้นพบวิธีการตื่นเช้านี้โดยบังเอิญ แล้วติดใจ รู้สึกว่ามันทำให้ชีวิตค่อยๆดีขึ้นมากๆในหลายๆด้าน เลยอยากแบ่งปันตามประสาพี่สาวเกาหลีใจดี และออนนี่ก็เคยคิดๆไว้ว่า (จินตนาการเสียงแบบซงฮโยเคียว) "ฉันน่ะนะ..ถ้าเป็นทนายได้แล้ว จะเขียนหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นแหละ" ซึ่งชีก็ทำสำเร็จแบบเลิศหรู สอบทนายได้2รัฐด้วยนะ(นิวหยวก กับ จอร์เจีย) ...หนังสือเล่มนี้จึงถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้👏🏼👏🏼👏🏼👏🏼👏🏼ราวกับประกาศศักดาให้เด็กที่ยังนอนตูดโด่งได้รู้ว่า
" ...พาโบ! เธอจะไม่มีทางอารัสโซ่หรอกว่าตื่นเช้าแบบออนนี่(นูน่า)ชีวิตมันจะดีขึ้นยังไง เธอก็ยังจะแว!แว!ออต๊อกเค?!ฉิ่นจ๊ะ!??อยู่ร่ำไป ตราบใดที่เธอไม่ลองเอง อยากรู้ก็ลุกขึ้นมาดิ!!"
-มีการยกโควท ของคนดัง ซีอีโอผู้ประสบความสำเร็จ มากล่าวถึงใน"นิสัยในยามเช้าของเหล่ายอดคน" เช่น
--- โอปราห์ วินฟรีย์ ที่นั่งสมาธิตอนเช้า ทอดสายตามอง ดวงอาทิตย์ที่กำลังลอยขึ้นสัมผัสถึงตัวตนของตัวเองที่อยู่ในธรรมชาติที่แสนยิ่งใหญ่แล้วเพลิดเพลินไปกับสิทธิพิเศษในการฟังเสียงนกร้องจริงๆไม่ใช่เสียงจากทวิตเตอร์
---ทิม คุก ตื่นก่อนเวลาตีสี่เล็กน้อย บอกว่ากิจกรรมที่เขาทำในตอนเช้ามีความหมายแฝงอยู่ว่า "ถ้ารักงานที่ทำ เราจะไม่คิดว่านั่นคืองานแต่จะรู้สึกว่านั่นเป็นเพียงกิจวัตรประจำวันตามธรรมชาติอย่างหนึ่ง ความคิดนี้ทำให้ผมค้นพบตัวเองในตอนเช้าของทุกวัน"
-มอร์นิ่งแพลนเนอร์
มีตารางแพลนเนอร์สำหรับสิบวันด้วย ชอบตรงที่มันยืดหยุ่นไม่ได้กำหนดตายตัว สามารถปรับให้มันเป็นแบบที่เหมาะกับตัวเองได้ เห็นแล้วไฟมาอยากลองเลย🔥 เอาละเว้ย!❤️🔥
สุดท้าย ยูจินออนนี่ยังบอกไว้ว่า..
" ทุกครั้งที่เหงาหดหู่หรือเหนื่อยล้าให้อ่านหนังสือเล่มนี้อีกครั้งและอย่าทำเพียงแค่อ่านให้ขีดเส้นพับมุมหน้ากระดาษและจดบันทึกไว้ด้วยฉันเชื่อว่านี่จะปลอบประโลมตัวเราได้มากกว่าการพึ่งพาคนอื่นเพราะช่วยให้คุณดึงตัวตนที่แม้แต่คุณเองยังเมินให้ขึ้นมาเป็นอันดับแรกและหานิสัยการใช้ชีวิตที่เหมาะกับตัวเองจริงๆเจอ..."
~โคมาวอโยวว~ยูจินออนนี่🫶🏼