เป็นเรื่องราวชีวิตของคนสองที่ถูกเล่าตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น จากความประทับใจเล็กๆ การช่วยเหลือ การอยู่ในสายตาของกันและกัน puppy love ความไม่สมหวัง การรอคอย แยกย้ายกันไปเติบโต จนได้กลับมารักกัน
นิยายแนว Slice of life ตามฉบับ วฬาที่เริ่มอ่านแล้วหยุดไม่ได้ เพราะเราไม่สามารถคาดเดาความคิดของตัวละครได้เลย ถึงจะเป็นการเล่าแบบเรื่อยๆ แต่ไม่มีช่วงที่น่าเบื่อ
ซัน ลูกครึ่งไทย-อเมริกา เกิดและโตที่อเมริกา พอพ่อที่เป็นคนไทยตัดสินใจย้ายกลับไทยเลยตามมาด้วย ทุกอย่างมันเลยเหมือนเริ่มต้นใหม่หมดทั้งสภาพแวดล้อม สังคม ภาษา เป็นลูกคนเล็กที่ถูกเลี้ยงโดยทั้งพ่อและพี่ชายที่ห่างกันสิบหกปี เราเลยรู้สึกคล้ายว่าซันเป็นลูกคนเดียวด้วยความห่างกันของช่วงอายุพี่กับน้อง เป็นพระเอกที่รู้สึกว่ายิ่งอ่านยิ่งตกหลุมรัก ในบุคลิกภายนอกที่ดูเรียบร้อย ใจเย็น มีเหตุผล แต่ลึกๆ เป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองมีความร้าย (เราอยากเลี่ยงบาลีว่าเป็นตัวละครที่มีความเป็นคนสูงมาก) ตอนช่วงมัธยมต้นว่าน่ารัก พอเริ่มขึ้นเวทีเป็นนักดนตรีแล้วมีความขี้อาย เป็นอินโทรเวิร์ตที่อยู่ท่ามกลางเหล่าเอ็กโทรเวิร์ต พอโตขึ้นเป็นทั้งนักดนตรี นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ เราแม่งโคตรแพ่คาร์แรคเตอร์แบบนี้เลย ภายนอกคือพระเอกสายละมุน มีความคะขา พอมีแฟนเหมือนเปิดโหมดคลั่งรัก แล้วพระเอกเป็นตัวละครที่ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยแสดงออกทางอารมณ์ แต่จดจำและเก็บรายละเอียด พร้อมทั้งพยายามหาเหตุผลและผล อะไรที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวยิ่งเก็บมาคิดและพยายามหาคำตอบ พร้อมทั้งหาทางแก้ไข ภายนอกที่ดูไม่อะไรกับใครแต่จริงๆ ชอบช่วยเหลือคนนะ ยิ่งถ้าใครมีน้ำใจกับเขา เขาจะใส่ใจและคอยช่วยเหลือตลอด ฉันเข้าใจนางเอกทุกอย่าง คนแบบนี้ใครก็แพ้
ทราย ลูกสาวที่ครอบครัวมีเชื้อสายจีน ฐานะกลางๆ นอกจากเรียนแล้วยังต้องช่วยงานที่บ้าน ในช่วงเริ่มแรกเป็นเหมือนวัยรุ่นที่รักดีมากๆ อยากเป็นที่สนใจเพราะรู้สึกว่าพอถูกสนใจแล้วชีวิตมันง่ายขึ้น เป็นคนที่ทั้งหน้าตาดี เรียนดี กิจกรรมก็ดี เป็นที่รักทั้งครูและเพื่อน แต่ในบ้านคือลูกสาวที่ต้องช่วยงานบ้านทุกอย่าง มีพี่ชายที่ความสัมพันธ์ไม่ค่อยจะดีหนึ่งคน แต่นางเอกวฬาชีวิตไม่เคยง่ายเลย มันจะต้องมีบททดสอบตลอด เป็นนางเอกที่เอาจริงๆ ชีวิตรันทดอยู่นะ แต่ถูกเล่าออกมาในมุมที่เขาสามารถผ่านทุกอย่างมาได้ และเติบโตมาอย่างดี ลึกๆ แล้วเรารู้สึกว่าทรายเป็นตัวละครที่เหมือนจะฟังทุกคนนะ แต่เขามาความหนักแน่นไม่ได้คล้อยตามใครง่ายๆ จะมีฟังแค่พระเอกคนเดียว เพราะนั่นเหมือนมีเหตุผลทุกอย่างมารองรับ คือถ้าเรานิยามพระเอกว่าคลั่งรัก นางเอกเรื่องนี้คงต้องใช้คำว่า รักแบบไม่ลืมหูลืมตา
เปิดเรื่องมาโดนน้องซันตกรัวๆ ความเด็กลูกครึ่งอ่อนภาษาไทย ใช้กูเกิ้ลทราน ศัพท์แสงใดๆ ช่วงแรกอ่านไปอมยิ้มไป น่ารักจนใจเจ็บ แล้วพระนางคือค่อยๆ เริ่มจากมิตรภาพเล็กๆ ความหนุ่มลูกครึ่งช้าๆ กับอีกคนที่ทำทุกอย่างเร็วไปหมด มีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้จักกันมากขึ้น จนนางเอกรู้สึกว่าตัวเองตกหลุมรัก จากนั้นมันเหมือนมีสัญญาใจระหว่างกัน
สำหรับเรานะมวลเล่มแรกมันดีมาก มันเป็นช่วงวัยที่ยังไม่ต้องคิดอะไรแต่นักเขียนใส่ดีเทลสำคัญๆ ไว้ในช่วงเล่มแรกเยอะมากๆ นะ คือนักเขียนจะค่อยๆ บอกผ่านการกระทำของตัวละครว่า คนนี้มีนิสัยแบบไหน มันไม่ใช่การบอกแบบโต้งๆ เพราะงั้นตอนอ่านก็ต้องคอยจับจุดตรงนี้ไว้ บางอย่างที่เหมือนกล่าวลอยๆ แต่กลายเป็นจุดเฉลยความคิดของตัวละครที่จะส่งผลเนื้อเรื่อง
นักเขียนสามารถเขียนให้เรารู้สึกว่า ตัวละครนั้นๆ เค้าอายุเท่านั้นจริงๆ อย่างนางเอกในวัยสิบสี่ที่ไม่ได้เคยมีคนสอนแบบให้เหตุผล พอมีคนที่เข้ามาสอนแล้วสัมผัสได้ว่าเค้าหวังดีก็สามารถเชื่อได้แบบสนิทใจ แล้วกลายเป็นว่าพระเอกอยู่เหนือทุกอย่างจริงๆ
อินโทรเวิร์ตที่ถูกล้อมรอบไปด้วยเอกโทรเวิร์ต ขนาดว่าอยากมีเพื่อนน้อยๆ เพราะเหมือนพลังงานจะหมด ทั้งเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ล้วนแต่เก็บพระเอกไปเลี้ยง อันนี้ถ้าคนนอกมองเข้าไปนะ แต่กลับกันคนที่ได้ใกล้ชิดจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพระเอกมันร้าย จะมีแค่คนเดียวเท่านั้นแหละที่ปกป้องภาพลักษณ์ทุกอย่างก็ใช่ค่ะ นางเอก ชีรักเค้า ชีบอกพี่ซันอยู่บนหิ้ง คือพระนางเรื่องนี้เหมือนพยายามปกปิดมุมร้ายๆ ของตัวเองมาตลอด แต่มันไม่มิดนะ
เลิฟซีนที่มาช้าแต่มาแล้วมาเรื่อยๆ ชอบในความซันมากนะ ด้วยบุคลิกภายนอกที่ทำให้คนมองภาพว่าเป็นหมาน้อยแต่จริงๆ แล้วมีมุมที่มีความดิบๆ ความต้องการให้คนสัมผัสเขาแบบไม่ต้องกลัวว่าเขาจะบุบสลาย ไม่ได้อยากเป็นพระบนหิ้ง เหยียบก็ได้ จะตีก็ไม่ว่า ทางนี้อ่านไปก็คือซันมันร้ายยยยยย
ความสัมพันธ์ของพระนางพอมันเดินมาถึงจุดนึงแล้วมันโรแมนติคมาก พระเอกแต่งเพลงให้นางเอก มีความเปรียบเทียบนางเอกเป็นสัตว์จากสารคดีที่เคยดู นึกภาพตามแล้วฉันเป็นนางเอกฉันก็จะตกหลุมรักมันอยู่อย่างนั้นแหละ สิบปีคือคุ้มแล้ว
เราชอบที่นักเขียนจะใช้วิธีตั้งคำถามให้ตัวละคร และให้คนอ่านไปในคราวเดียวกัน "หรือเขารู้จักมารดาของเธอดีกว่าตัวเธออย่างนั้นเหรอ? ตรงนี้มันทำให้เราเองต้องคิดตามไปด้วยว่าเค้าจะบอกอะไรเรา มันเป็นการอ่านที่ราดเดาอะไรไม่ได้เลย ตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้โคตรจะมีมิติ มีที่มาที่ไป มีอะไรให้เราคิดไม่ถึงตลอด
มันมีเรื่องบังเอิญนะ แบบเหมาะเจาะ ซึ่งบอกก่อนว่าเราค่อนข้างจะอคติกับนิยายที่มันบังเอิญแบบนี้ แต่ความที่นักเขียนวางสตอรี่ไว้ดีมาก ไอความบังเอิญนี้มันเลยทำให้เราไม่ติดใจอะไรเลย แถมยังมองว่าเป็นจุดดีด้วย
ถามว่ามีจุดที่รู้สึกไม่ชอบไหม มีแน่นอนจ้า ช่วงท้ายๆ ที่ต้องเคลียร์ประเด็นกับเพื่อนคนนึง เราว่ามันไม่ค่อยเมกเซ้นส์ นักเขียนปูมาค่อนข้างใหญ่แต่การดึงตัวละครให้มาร่วมกันจัดการปมนี้มันดูล้นๆ กลายเป็นว่ามันเคลียร์เหมือนไม่เคลียร์
เราเชื่อว่าถ้าใครที่ได้อ่านเล่มนี้อาจจะมีความรู้สึกไม่ชอบในการกระทำเราว่าไม่แปลก เพราะอย่างที่บอกว่าตัวละครในเรื่องนี้มันมีความเป็นคนสูงมาก รัก โลภ เห็นแก่ตัว แต่จากที่เราอ่านเราไม่ได้ติดใจอะไรเลยเพราะเรารู้สึกว่าเข้าใจในดีเทลหรือรายละเอียดที่นักเขียนพยายามสื่อสาร มันเป็นอะไรที่จับต้องได้ เป็นเรื่องที่อ่านแล้วหลุดสบถกับตัวเองตลอดว่า "นักเขียนแม่งเก่งฉิบหาย" ทั้งาำนวนการดำเนินเรื่องคาร์แรคเตอร์ต่างๆ มันเนียนตามากจริงๆ ส่วนตัวเราแอบรักซันมากกว่าพี่ชายซะอีก
ในเรื่องมันมีการเสียดสีประเด็นต่างๆ อยู่เรื่อยๆ เลยนะ เป็นการอ่านที่นึกชมอยู่ตลอดว่าทำไมสอดแทรกมาได้เนียนตาขนาดนี้ ทั้งการใช้ชีวิตของเด็กสมัยกับสมัยนี้ ทั้งความไม่เท่าเทียม สภาพสังคม การศึกษา ความเหลื่อมล้ำ
นักเขียนเหมือนคนที่มองทุกอย่างรอบด้าน เข้าใจความรู้สึกนึกคิด เหมือนชีวิตที่ผ่านการตกตะกอนมาเยอะมาก เราสัมผัสตรงนี้ได้ทุกครั้งที่ได้อ่านงานของเขา เหมือนมุมมองเขามันถูกย่อยแล้วพยายามสื่อสารให้นักอ่านของเขารู้สึกตามสิ่งที่เขาอยากบอก
สำหรับเราคงสรุปได้แค่ว่าชอบมากๆ เป็นอีกเรื่องที่เป็นเดอะเบสสำหรับเรา วฬา ยังคงเป็นนามปากกาที่เป็นเซฟโซนสำหรับเราเสมอค่ะ
Slow Burn: ค่อยๆ รัก
Second Chance Love: แยกย้ายไปเติบโต
Campus Love: รักในสถานศึกษา