‘พวกคุณเคยเจอร้านที่ทำอาหารที่อร่อยมาก ๆ จนกระทั่งไปกินร้านอื่นก็ไม่อร่อยอีกเลยหรือเปล่าครับ สำหรับผม พี่หมิงก็เป็นแบบนั้น’
✦ เพียซ ✦
เรื่องนี้ดีมาก เนื้อเรื่องเต็มไปด้วยความรักและความฝันของทั้งคู่จริง ๆ สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของ ‘เพียซ’ น้องเป็นเด็กน่ารักมาก ใครอ่านแล้วไม่โดนไอ้ต้าวตก มาหยุมหัวเราได้เลย เราจะไม่ compare with เรื่องอื่น ๆ หรือเรื่องไหนที่คุณไรต์เคยเขียนมานะคะ (เพราะเรายังไม่ได้อ่านเรื่องอื่นเลย แงงง) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราจะพยายามใส่ความรู้สึกระหว่างที่เราได้รับตอนที่กำลังอ่านลงไปให้ได้มากที่สุด
ส่วนตัวเราไม่เคยอ่านนิยายที่ตีแผ่เรื่องความฝันแบบนี้มาก่อน บอกเลยว่าประทับใจมาก เรามองว่าคนที่มีความฝันแม่งเป็นอะไรที่แบบ amazing มากนะ ดูมีอะไรให้ไขว่คว้า ให้ทะเยอทะยานไปตามฝันของตัวเอง (ละดูเราช่างเลื่อนลอย555555555) ไรต์เขียนดีมาก ทำให้เราเห็นภาพคนที่มีความฝันแล้ววิ่งไล่มันได้ชัดเจนมาก ทั้งในรูปแบบของคนที่มุ่งมั่นและตั้งใจทำตามฝัน กับอีกคนที่ต้องปิดบังเพราะที่บ้านไม่สนับสนุน ทับใจมาก
แต่มันไม่ได้ดราม่ามากในส่วนของความรัก เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นคนที่มีเหตุ มีผลในการดำเนินชีวิตและการตัดสินใจ ก็คือทั้งสองคนมีวุฒิภาวะมากพอนั่นแหละ เตรียมอินซูลินไว้ด้วยเพราะเวลาเขารักกันหวานปานจะกลืน ด้วยความที่เคยพลัดพรากจากกันมาแล้ว ตอนนี้มีโอกาสได้รัก เพียซย่อมไม่ลงเล อะไรคว้าได้คว้า อะไรทำได้ทำ ส่วนเรื่องดราม่าของที่บ้านพี่หมิงไรต์ค่อย ๆ ปล่อยออกมาจนมันตู้มมมมแล้วจบ ไม่ยืดเยื้อ บอกเลยเรื่องนี้เสพการเดินตามฝันกับความรักของทั้งคู่จนสำลัก
‘เพียซ’ เป็นหนึ่งในศิลปิน K-POP ชือดังอย่าง Knight ซึ่งกว่าจะไปจนถึงฝันเพียซต้องพยายามฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อที่จะไปให้ถึงเส้นชัยและกลับมาทวงคืนหัวใจตัวเองจากผู้หญิงที่เขาตกหลุมรักมาตั้งแต่ ป.3”
เมื่อตอนยังเด็กครอบครัวของเพียซต้องเดินทางบ่อย ย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ เพราะการทำงานของครอบครัว นั่นทำให้เพียซแทบจะไม่มีเพื่อนเล่นเลย จนกระทั่งมาเจอกับเพื่อนบ้านที่ไทย ครอบครัวต้องเบสอยู่ที่นี่ระยะยาว ทั้งสองครอบครัวเลยสนิทกันตามประสาคนบ้านใกล้เรียนเคียง ผู้ใหญ่คุยกันเด็ก ๆ ก็เล่นกันตามประสา
เพียซไม่เคยมีเพื่อนเลย พอโดน ‘ปิง’ แกล้งเข้าหน่อยให้ทำอะไรก็ทำ ไม่ได้ดั่งใจก็โดนตบหัวดังป้าบ! แต่โชคดีที่พี่สาวอย่าง ‘พี่หมิง’ คอยช่วยเอาคืนปิงให้ตลอดเวลา พร้อมรับหน้าที่เป็นพี่สาวให้เพียซด้วยอีกคน แต่เพียซกลับไม่เคยรู้สึกว่าพี่หมิงเป็นแค่พี่สาวธรรมดา การกระทำของพี่หมิงหลาย ๆ อย่างทำให้เพียซประทำใจจนอยากได้มาเป็นเจ้าสาวของตัวเอง
พอเด็ก ๆ เริ่มโตขึ้นจนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พอรู้จักกับความรัก ไม่ใข่แค่เพียซ แต่พี่หมิงเองก็เช่นกัน ทั้งสองคนต่างรู้ตัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดระหว่างทั้งคู่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกแบบพี่น้องธรรมดา แต่มันคือความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน แต่ด้วยความที่เพียซยังเด็กมาก อายุห่างจากหมิงสามปี หมิงเลยคิดว่าการจะมีความรักครั้งนี้ยังไม่เหมาะสม อยากให้เพียซตั้งใจและโฟกัสกับการเรียนและความฝันของตัวเอง เลยแกล้งมีแฟนเพื่อที่จะให้เพียซตัดใจและไปเดินตามฝันของตัวเอง เพราะหมิงคิดว่าหมิงไม่ใช่คนที่เพียบพร้อมสำหรับเพียซในตอนนี้
เพียซฝึกฝนอยู่หลายปีกว่าจะได้เดบิวต์เป็นศิลปินฝึกหัดไปจนถึงได้ออกอัลบั้มและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เพียซโตขึ้น เก่งขึ้นในทุก ๆ ด้าน แต่ความสำเร็จนั้นแทบจะไร้ซึ่งความหมายเพราะไม่มีใครที่อยู่เคียงข้างและยินดีกับความสำเร็จนั้นเลย เพียซผ่านวันและเวลาเหล่านั้นมาได้เพราะแฟน ๆ กับเหล่าบรรดาสมาชิกในวง ทุกคนทำให้เพียซรู้สึกเหมือนได้อยู่กับครอบครัวตลอดระยะเวลาที่ต้องห่างบ้านและพี่หมิง
หมิงเองก็ตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ไทยหลังจากไปเรียนต่อที่อังกฤษเกือบห้าปี หมิงได้เข้าทำงานกับบริษัท E-Commerce เปิดใหม่และกำลังมาแรงในแรงเทศไทย จากคำเชิญชวนของรุ่นพี่ หมิงมีนัดพบปะกับเพื่อนสมัยเรียนเพราะหลังจากกลับจากอังกฤษก็เอาแต่ทำงานไม่ได้พบปะใครเลย ดื่มไปสักพัก เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่ไหว ขากลับหมิงให้ปิงมารับ
วันต่อมา หมิงเพิ่งรู้ข่าวว่าตัวเองต้องทำงานร่วมกับ Knight ภายใต้โปรเจคใหม่ของบริษัทเพื่อจะผลักดัน Pay me ให้เป็นที่รู้จักและกระตุ้นยอดขายให้มากขึ้น โดยในการโปรโมทครั้งนี้จะใช้ Knight เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ จากฐานแฟนคลับของวงไปด้วยในตัว การตกลงร่วมงานกันครั้งนี้ทำให้หมิงได้เจอกับเพียซอีกครั้ง ในฐานะผู้ร่วมงานและสมาชิกบอยแบนด์ชื่อดังอย่างวง Knight
ช่วงที่ต้องทำงานร่วมกัน เพียซเป็นตัวแทนของวง คอยอยู่ดำเนินการและพักผ่อนที่ไทยไปในตัว แต่ทุกคนในวงรวมถึงผู้จัดการก็รู้ดีว่าที่เพียซและวงรับงานนี้คืออะไร เขารับเพราะอยากร่วมงานกับพี่หมิงแหละ เพียซเลือกให้พี่หมิงคอยเป็นฝ่ายประสานงานระหว่างทีมเกาหลีกับทีมไทย ตัวเพียซเองที่ได้จังหวะพักผ่อนเลยตีเนียนมาอาศัยอยู่กับปิง เพราะที่ไทยไม่มีเพื่อนแล้วนอกจากปิงกับพี่หมิง ตอนนั้นเองหมิงถึงได้รู้ตัวว่าคนที่ไปรับกลับวันนั้นเป็นเพียซไม่ใช่ปิง
เพียซยังคงปฏิบัติกับพี่หมิงเหมือนเดิมแต่เลเวลความแพรวพราวเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเลย ตอนนี้น้องเพียซของเลาเป็นผู้บ่าว K-pop ที่สุดแสนจะโด่งดัง แต่นั่นก็เหมือนเป็นการผลักดันพี่หมิงให้ถอยห่างมากกว่าเดิม ด้วยกลัวเรื่องความไม่เหมาะสมและกลัวว่าจะเป็นข่าว อาจจะทำให้ส่งผลเสียต่อเพียซ เลยเจียมตัวมากกว่าเดิมอีก แต่เพียซไหนจะยอม น้องรอของน้องมาตั้งหกปี
ด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยหายไปของทั้งคู่พอกลับมาเจอกันจะสปาร์คกันในเวลาที่เหมาะสมก็ไม่ใช่เรื่องแปลก รอบนี้น้องเพียซไม่ยอมแล้ว ช่วงที่มีเวลาอยู่ด้วยกันที่ไทยเพียซเลยอยากใช้เวลานี้ให้คุ้มค่ามากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้อีก ทั้งสองคนเลยใช้เวลาที่เหลือลองคบกัน ในระยะเวลาสสั้น ๆ นั้นความรู้สึกที่มีมาอยู่แล้วถูกกระตุ้นขึ้นมาให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นจนทั้งสองคนมีความสุขกันมาก ๆ น้องเพียซเวอร์ชั่นแฟนพี่หมิงคือนัมเบอร์วัน ไอ้โบ้ตัวโต ไอ้ต้าวแสนดีที่หนึ่ง อ่านเรื่องนี้เขินน้องเพียซไปกี่รอบแล้วไม่รู้ ชีวิตพี่หมิงควรมีเพียซ
ตอนคบกันพี่หมิงก็มีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องต่าง ๆ กับเพียซ ตั้งแต่เรื่องที่บ้านไปจนถึงเรื่องความชอบของตัวเองที่อยากให้ม้าเข้าใจ น้องเพียซก็คือดันหลังดีมาก สายซัปพอร์ตตลอดไป ทั้งสองคนตกลงคบกันจริง ๆ จนเพียซกลับเกาหลีไป หมิงพยายามเปิดใจและลองพูดคุยเรื่องความชอบของตัวเองที่มีต่องานศิลปะกับม้าอีกครั้ง แต่เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะม้าไม่เห็นด้วย ม้าด้อยค่างานศิลปะของหมิง แล้วบอกว่างานพวกนี้ไม่มั่นคงเท่ากับงานของที่บ้าน ยังไงหมิงก็ต้องช่วยงานที่บ้าน ทั้งสองคนเหมือนไฟกับน้ำมัน สาดถ้อยคำใส่กันไม่หยุด หมิงเสียมากจนรีบขับรถออกมาจากบ้าน
ม้าที่อารมณ์เย็นลงแล้วก็มานึกได้ทีหลังว่าตัวเองทำให้ลูกสาวเสียใจได้ขนาดนั้นเลยหรอ คนที่บ้านติดต่อหมิงไม่ได้ หมิงบินไปหาเพียซที่เกาหลี ตอนที่เพียซกลับมาที่ห้องแล้วเจอพี่หมิงของเขาคือดิฉันจะร้อง ดีใจอะ อย่างน้อยก็ยังมีเพียซที่พร้อมโอบกอดพี่หมิงตลอดเวลา เพียซคุยกับหม่าม้าให้พี่หมิงเรื่องความชอบจนม้ายอมเปิดใจและฝากฝังให้เพียซดูแลพี่หมิง
พอผ่านเรื่องราวดราม่าตรงนั้นมาได้เพียซก็ตั้งหน้าตั้งตาทัวร์คอนเสิร์ต ส่วนพี่หมิงก็หาแรงบันดาลใจในการทำงานต่อ ทั้งสองคนยังคงคบกันแบบเป็นความลับต่อสาธารณชนเพราะกลัวว่าแฟนคลับของเพียซกับพวกชาแซงจะยังรับไม่ได้ เพียซเลยยอมปล่อยไปก่อนแต่ใครจะรู้ว่าน้องเพียซของเรามีเซอร์ไพร์สประกาศกับทุกคนในคอนเสิร์ตทัวร์สุดท้ายว่ามีแฟนแล้ว แต่โดนพี่หมิงเซอร์ไพร์สกลับพาแม่มาดูคอนเสิร์ต ฉากนี้คือที่สุดแน้วววววววววว ชอบมากกกก
ละชอบที่ทุกคนในวงดันหลังเพียซมากเลยเรื่องพี่หมิง แม้แต่ผู้จัดการวงก็ไม่ว่า เพราะด้วยความที่วงประสบความสมเร็จมามาก บวกกับที่เห็นความตั้งใจและรู้ว่าเป้าหมายในชีวิตของเพียซจริง ๆ แล้วคืออะไรด้วยแหละ ทุกคนเลยช่วยดันหลัง โมเมนต์ในงานคอนเสิร์ตที่พี่หมิงกับแม่น้องเพียซไปเซอร์ไพร์สคือดีมาก มันอิมแพคเรามาก ๆ ตอนอ่าน น้องตัดสินใจที่จะบอกแฟนคลับว่าตัวเองมีแฟน อยากให้แฟนคลับรักพี่หมิง เอ็นดูพี่หมิง ละก็พูดความในใจของตัวเอง บอกกับแม่ว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว ทัชใจโคตร ๆ น้องเพียซคือของดีบ้านเฌอลิสาค่ะ
เอาจริงตอนอ่านพอรู้ว่านางเอกเป็นลูกคนจีนแล้วเราก็พอจะนึกออกว่าต้องโดนจำกัดเรื่องสิทธิเสรีภาพนิดหน่อย ยิ่งเป็นลูกผู้หญิงก็จะโดนคุมความประพฤติเน้น ๆ ละพี่หมิงของเราคือสมควรได้รับความรักจากน้องเพียซมาก ดีใจที่เขาได้รักกันมาก เพราะเพียซเป็นทุกอย่างให้พี่หมิงแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะเป็นฟีลกู๊ด มีปมเรื่องความรักตามฉบับรักวัยรุ่น พอเอาเข้าจริงก็ปัญหาหลัก ๆ ดันไปตกอยู่ที่บ้านพี่หมิง เพราะตั้งแต่ต้นเรื่องจะเห็นถึงความตึงเครียดของม้ากับพี่หมิงตลอดเลย ม้าคอยคอนโทรลชีวิตหมิงจนลืมไปว่าลูกตัวเองโตพอที่จะคิดเอง ทำเองได้ทุกอย่างแล้วอะ
ส่วนตัวอินกับความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นแบบนี้มาก ๆ อ่านแล้วสัมผัสได้ว่าทั้งคู่รักกันไม่ได้ ไม่ใช่ว่าไม่รักกัน ตัวพี่หมิงเองค่อนข้างมีกำแพง ในตอนเด็กที่แตกต่างกันในช่วงอายุ บวกกับอยู่เล่นด้วยกันมาเหมือนพี่น้องแล้ว พอโตขึ้นมาน้องเพียซได้เป็นนักร้อง K-pop ระดับโลกอีก เป็นเราเราก็คงมองว่าตัวเองไม่เหมาะสมเหมือนกัน เหมือนกับว่าวันนั้นตัวเองเป็นคนไล่เขาไป พอวันนี้เขามีชื่อเสียงเราจะคว้าไว้ก็เหมือนคนเห็นแก่ตัว กำแพงในใจของพี่หมิงค่อนข้างสูงเลย ซึ่งไม่ได้กั้นไว้เพราะกลัวใครจะเข้ามา แต่กั้นไว้เพราะกลัวว่าตัวเองจะออกไปหาเพียซในวันที่ตัวเองไม่มีอะไรเลยต่างหาก
น้องเพียซคือเน้ดดีมากค่ะ ว้าวซ่าไม่ไหว ไอ้เด็กคนนี้มันร้าย ความอ่อนโยน(บนเตียง)ไม่มีอยู่จริง เขาเข้าหากันเมื่อไหร่เตียงลุกเป็นไฟเมื่อนั้น พาร์ทนี้เป็นอีกพาร์ทที่ทำให้เราเห็นว่าทั้งคู่เข้ากันได้ดีมากแค่ไหน ถ้าไม่ใช่พี่หมิง ถ้าไม่ใช่เพียซ ก็คงไม่ใช่คนอื่นแล้ว เวลาที่เขาสองคนรักกันคือมันเห็นได้ชัดถึงความต้องการของทั้งคู่มาก ๆ แล้วบอกไว้เลยว่าน้องเพียซตื่นง่ายมากนะ พี่หมิงเองก็ใช่ย่อย บอกเลยคู่นี้คู่สร้างคู่สม เหมือนกับเขารอวันที่จะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว พอถึงเวลาจริง ๆ เอาซะคุ้มเลยยย เอาไปเลยหนึ่งนิ้วโป้งและเอาไปเลยสองนิ้วโป้ง ย้ำอีกครั้งว่าน้องเพียซ เน้ด-ดี-มาก!
ไอ้ต้าวเพียซคือส่วนที่ดีที่สุดของนิยายเรื่องนี้แบบเลี่ยงไม่ได้ ทั้งหน้าตา นิสัยที่ชอบเทคแคร์และความรู้สึกที่มั่นคงนั่นอีก ใครไหวไปก่อนเลย ตอนน้องทำตัวปกติดาเมจก็แรงละ เวลาน้อนอ้อนคือน้วยตายกันหมด เพียซเป็นคนที่เข้าใจพี่หมิงมาก ๆ ชนิดที่ว่าแค่มองตาก็รู้ใจแล้ว ตอนที่พี่หมิงทะเลาะกับม้าก็คือที่สุดแล้ว จากที่ชอบเพียซในพาร์ทของคนเป็นแฟนอยู่แล้ว พอเจอซีนที่โอ๋พี่หมิงเข้าไป ไม่ไหวเลยจะร้องตามพี่หมิง น้องโตมาก ๆ โตพอที่จะดูและพี่หมิงได้ด้วยตัวเองแล้วจริง ๆ ความรักที่เขามีให้กันมันมากจนแสงจะออกปาก ซีนคอนเสิร์ตที่เปิดตัวพี่หมิงคือที่สุดในโลกกกกกกก