"ทุกสิ่งมีค่าความสมบูรณ์ในตัวของมันเอง จงพอใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญ...."
~หนังสือพิมพ์ในปีพ.ศ.2528 เกิดจากการที่น้องสาวของผู้เขียน ได้รวบรวมข้อเขียนเกี่ยวกับความตายที่พี่ชายได้เขียนไว้ ก่อนตาย โดยได้บอกไว้ในภาคผนวกว่า..."พี่ชายอยากจะเขียนหนังสือขึ้นเล่มหนึ่ง ด้วยการใช้ชีวิตของตนเองเป็นเครื่องต่อรอง"..."พี่ชายจริงจังและจริงใจกับการใช้ชีวิตมากเกินไป พี่ชายจึงเป็นได้แต่เสมือน "ผู้ค้นคว้าและวิจัยชีวิต ความเป็นคน” "
ในหนังสือ จะรวบรวมข้อคิดเกี่ยวกับความตายของนักปรัชญา หรือคนดัง, อัตชีวประวัติของบุคคลผู้มีชื่อเสียงหลากหลายสาขาอาชีพ ที่ต้องทุกข์ทนกับการใช้ชีวิต ดิ้นรนต่อสู้ ผ่านความทุกข์ยากอุปสรรคต่างๆนาๆ และสุดท้ายพวกเขาเหล่านั้นต่างก็ ต้องตาย
มีตั้งแต่ อับราฮัม ลินคอล์น ,บีโธเฟน,แวนโก๊ะ,เล่าจื๊อ,ลัทธิขงจื้อ,ลัทธิมาร์คซิสต์,คริสตศาสนา,ประวัติพระเยซู,ศาสนาอิสลาม
และสรุปไปในทิศทางเดียวกันเกี่ยวกับความตาย โดยมองว่าความตายเป็น-อมตสัจจ์-ของทุกชีวิตในโลกนี้ เหนือความนึกคิดหรืออุดมคติแห่งลัทธิทั้งปวง ไม่มีอะไรที่จะมาก้าวล่วงละเมิดความเป็นจริงในเรื่องนี้ได้
นอกจากนี้ยังมีมุมมองเกี่ยวกับผู้หญิงและความรัก (ซึ่งก็แน่นอนว่าเป็นไปในเชิงหม่นหมอง) /มีข้อความที่คัดมาจากหนังสืออนุสรณ์งานฌาปนกิจของบุคคลต่างๆ(สิริรวม2ท่าน/ซึ่งทั้ง2ท่านเป็นบุคคลในแวดวงสื่อสิ่งพิมพ์)/ นอกจากนี้ยังมีภาพประกอบขาวดำเป็นรูปโครงกระดูกในโลงศพให้ผู้อ่านได้ปลงอสุภะกันให้เต็มที่ไปเลยอีกด้วย...😌
*ไฮไลท์คือ ส่วนสุดท้ายของเล่ม....บันทึกก่อนตาย จริงๆ
"วันนี้เป็นวันตายของฉัน ส่วนเวลาคิดว่าคงจะไม่เกิน19.00น"
และบอกเล่าแต่ละช่วงเวลา ถึงวิธีการฆ่าตัวตาย ยาที่ใช้ ความเบื่อหน่าย ซึมเศร้า ความรู้สึกนึกคิดในห้วงขณะต่างๆของผู้เขียน โดยผู้เขียนโยงใยไปให้เห็นว่าท้ายที่สุดแล้ว...ความตายคือคำตอบของทุกสิ่ง
และจบสุดท้ายของหนังสือ ด้วยภาพจากบันทึกที่เป็นลายมือของผู้เขียนก่อนตาย..(ตามภาพปก)
ปล.เราอ่านเล่มนี้ที่หอสมุดกลางจุฬา มุมที่หันหน้าออกไปทางหน้าต่างในระยะสายตาจะเห็นหลังคาวัดหัวลำโพง…สถานที่จัดงานดำของผู้เขียน🤍