ในระบบนิเวศหนังสือทุกวันนี้ องค์ประกอบหนึ่งที่ขับเคลื่อนวงการก็คือ “นักอ่าน” ยิ่งถ้านักอ่านที่เป็น “นักรีวิว” แล้วด้วย แรงขับเคลื่อนก็จะยิ่งมากขึ้น เพราะการบอกปากต่อปากนั้นส่งผลกับหนังสือเล่มหนึ่งอย่างมากค่ะ
วันนี้เราชวนทุกคนมาคุยกับนักอ่านที่เป็นนักรีวิวอย่างคุณส้มค่ะ ให้คุณส้มแนะนำตัวสักนิดค่ะ
คุณส้ม: เรียกส้มก็ได้ หรือจะเรียก 'หมูแบกเป้' ตามชื่อแอคในทวิตเตอร์ก็หันค่ะ จริงๆ ชื่อเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและคาแรกเตอร์ค่ะ ล่าสุดคนเริ่มเรียก 'หมูชมพู' กันแล้ว เอาเป็นว่าเรียกอะไรก็ได้ค่ะ ส้มหันหมด
Bookterfly: ก่อนจะถามถึงจุดเริ่มต้นการรีวิว ขอย้อนไปไกลนิดด้วยการถามถึงจุดเริ่มต้นการอ่านค่ะ ยังจำหนังสือเล่มแรกๆ ที่อ่านได้ไหมคะ
คุณส้ม: ถ้าเล่มแรกจริงๆ ก็คงเป็น การ์ตูนขายหัวเราะ ค่ะ ไม่ก็หนังสือพิมพ์ที่เป็นเรื่องย่อของละครสมัยก่อน (ทันกันไหมคะ) แต่ถ้าเป็นเล่มที่ดูจริงจัง ดูเป็นหนังสือหมวดวรรณกรรมเล่มแรกของส้มคือ นิกกับพิม เป็นการเล่าเรื่องราวผ่านจดหมาย โดยมีสุนัขเป็นตัวละครหลักค่ะ พอโตขึ้นมาอีกนิดก็มีเพื่อนแนะนำนิยายแปลของเกาหลี เรื่อง ประกาศิตจอมราชันย์ ที่เป็นการเริ่มต้นจากยืมเพื่อนอ่าน
Bookterfly: แล้วการอ่านในช่วงเริ่มต้นจนถึงทุกวันนี้ รู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหมคะ
คุณส้ม: เปลี่ยนไปมากๆ ส้มจะมีช่วงชีวิตที่บ้าหนังเราก็จะชอบอ่านนิยายแปลของต่างประเทศ แนวไซไฟ หรือแนวแฟนตาซี ตรงนี้มันเป็นไปเองว่าพอดูหนังแล้วก็อยากอ่านเรื่องที่เขาเอามาดัดแปลง ส้มรู้สึกว่าพอเป็นตัวหนังสือแล้วส้มสนุกและมีอารมณ์ร่วมมากกว่าการดู
มีช่วงที่หายจากการอ่านไปนานเหมือนกัน จนได้วนกลับมาอ่านนิยายของนักเขียนไทย แล้วก็ตามอ่านมาเรื่อยๆ จนปัจจุบัน ซึ่งที่มันนานขนาดนี้ก็น่าจะเพราะเรารู้สึกอินไปกับบรรยากาศ คาแรกเตอร์ตัวละครสังคมการใช้ชีวิต คือก็ยังไม่รู้ว่าความชอบจะเปลี่ยนไปอีกเมื่อไหร่แต่คงไม่ใช่ในเร็วๆนี้แน่นอน (มองไปที่กองดอง)
Bookterfly: แนวหนังสือที่คุณส้มชอบอ่าน เป็นแนวไหนคะ
คุณส้ม: ส้มชอบ นิยายรัก ธรรมดาๆ เลยค่ะ ได้ทุกแนวไม่ว่าจะเป็นรักโรแมนติก รักวัยรุ่น แต่ส้มจะเป็นคนที่อ่านแนวดราม่าไม่ค่อยได้ เพราะเวลาส้มอ่านส้มจะชอบเอาตัวเองใส่ลงไปในนิยาย เวลาเจอเรื่องที่นักเขียนบรรยายเก่งๆ นะส้มจมไปเลยแล้วก็เอาตัวเองขึ้นมายากมาก เพราะงั้นแนวดราม่าส้มจะให้โควต้าตัวเองไม่เยอะ แต่ก็ยังอ่านอยู่นะคะ ยิ่งถ้ามาจากนักเขียนที่เราตามอยู่แล้วยังไงก็จะสู้ค่ะ
Bookterfly: จำหนังสือเล่มแรกที่รีวิวลงสาธารณะได้ไหมคะ เล่าให้ฟังหน่อยค่ะว่าทำไมถึงเริ่มเขียนรีวิว มีแรงบันดาลใจมาจากอะไร
คุณส้ม: รีวิวแรกๆ ส้มไม่แน่ใจเลย คือส้มก็หวีดๆ ขายๆ ของส้มตามประสา แต่อยากเล่าว่าจริงๆ ก่อนจะลองเขียนความรู้สึกหรือป้ายยาแบบที่ทำในปัจจุบันคือส้มก็เป็นนักอ่านปกติที่รอเกาะรีวิวคนอื่นค่ะ เกาะตามกลุ่มที่เขารีวิวกัน แต่สักพักมันก็ไม่ค่อยตอบโจทย์คืออ่านแล้วมันไม่ใช่แนวเรา ส้มเลยหนีจากแพลตฟอร์มอื่นมาสิงตัวในทวิตเตอร์ (ส้มจะไม่ยอมเรียก X) แล้วตอนนั้นส้มก็หาจาก แฮชแท็กค่ะ # ซึ่งมันเหมือนอีกมัลติเวิร์สนึงเลย นิยายบางเรื่องส้มไม่เคยเห็นผ่านตาเลย
หลังจากนั้นเรื่องไหนสนุกส้มก็เริ่มเขียนบอกเล่าความรู้สึกสั้นๆ ใส่แฮชแท็ก จนถึงจุดเปลี่ยนที่รู้สึกว่าส้มอยากจริงจังในการบอกต่อ คือมีนิยายเรื่องนึงที่ส้มอ่านแล้วชอบมากๆ แล้วนักเขียนเขาเขียนตอนพิเศษลงเด็กดี แต่ส้มมาช้าคือเขาปิดไม่ให้อ่านแล้ว จำได้ว่าเหมือนเขาติดเหรียญแล้วเอาเงินไปบริจาคแล้วได้ครบแล้วอะค่ะ แล้วส้มหารีวิวเรื่องนี้ที่ไหนก็ไม่มี นักเขียนก็ไม่แอคทีฟแล้ว
ความรู้สึกส้มตอนนั้นคือฉันอยากป้ายยาให้คนมาเจอนิยายสนุกๆ แบบนี้เยอะๆจัง ทำไมนิยายดีๆ แบบนี้ถึงไม่ถูกพูดถึง อยากให้นักเขียนคนนั้นได้รู้ว่าส้มชอบนิยายของเขามากๆ ส้มไม่อยากให้นักเขียนที่เราชอบงานเขาหายไปหรือหมดไฟ ส้มก็เลยเริ่มป้ายยาแบบจริงๆ จังๆ นอกจากแค่บ่นๆ หวีดๆ ก็พยายามเชิญชวนให้คนมาอ่าน เปิดไอจีเพิ่ม ถ่ายรูปลง คือล่อซื้อทุกทางค่ะ พยายามเขียนป้ายยาให้น่าสนใจซึ่งมันก็เป็นแนวภาษาพูดง่ายๆ คือต้องบอกว่าส้มไม่ค่อยมีทักษะการเขียนให้เป็นทางการหรือวิเคราะห์พล็อตอะไรเลยค่ะ เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่อยากบอกกับนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจเล็กๆ และบอกกับนักอ่านที่อาจจะมาเจอกันโดยบังเอิญ
Bookterfly: สิ่งที่ชอบที่สุดในการทำรีวิวหนังสือ คืออะไรคะ
คุณส้ม: ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ก็อาจจะดีใจที่ได้เป็นกำลังใจเล็กๆ ให้นักเขียนแล้วก็ดีใจกับนักอ่านที่ได้เจอนิยายสนุกๆ แต่หลังๆ ส้มมีโอกาสพบเจอเพื่อนนักอ่านเยอะขึ้น ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันทั้งระหว่างที่อ่าน หรืออ่านจบแล้วมาพูดคุยกัน มันทำให้ส้มค้นพบว่า การมีเพื่อนอ่านหนังสือด้วยกัน มันทำให้โลกการอ่านที่ไม่เคยเหงาอยู่แล้วสนุกขึ้นไปอีกเท่าตัว
Bookterfly: อยากบอกอะไรถึงคนที่อ่านรีวิวของคุณส้มบ้างไหมคะ
คุณส้ม: ส้มไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสามารถทำอะไรซ้ำๆ มาได้นานขนาดนี้ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะแปดปีแล้วค่ะ ก็ยังคิดว่าอยากทำต่อไปเรื่อยๆ ด้วยเจตจำนงแรกที่ตั้งใจ แต่รูปแบบมันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ การที่มีคนเห็นประโยชน์จากสิ่งที่ส้มทำมันเป็นเหมือนกำลังใจเล็กๆ ให้ส้ม จากวันที่แทบจะไม่มีคนเห็น ปัจจุบันส้มมีเพื่อนนักอ่านเพิ่มขึ้นเยอะเลย
แต่อยากฝากไว้นิดนึงว่า รสนิยมการอ่านนิยายมันเป็นปัจเจกมากๆ ส้มอยากให้ทุกคนอ่านรีวิวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ที่ยากกว่าหานิยายที่ตรงจริต คือหาเพื่อนนักอ่านที่ไทป์ความชอบตรงกัน ส้มดีใจมากเวลาที่มีคนที่ชอบนิยายที่ส้มป้ายยา แล้วส้มก็ได้เจอนิยายสนุกๆ จากเพื่อนนักอ่านที่ป้ายยากันกลับ นิยายอีกมากมายยังรอการถูกค้นพบนะคะ ส้มอยากให้การบอกต่อความสนุกมันเป็นการขับเคลื่อนเล็กๆ ของวงการนิยายค่ะ
Tw: @k_somoh (หมูแบกเป้)
Ig: k.somoh.reader
Tiktok: หมูแบกเป้แต่คนเรียกหมูชมพู